วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2561

สรุปคำสั่ง HTML (2)

สรุปคำสั่ง HTML (2)

การใส่ตาราง


<TABLE BORDER = "2" >
<CAPTION> การสร้างตาราง </CAPTION>
    <TR> <TH> หัวเรื่อง 1 </TH>
    <TH> หัวเรื่อง 2 </TH> </TR>
    <TR> <TD> ข้อมูล 1 </TD>
    <TD> ข้อมูล 2 </TD> </TR>
</TABLE>
การสร้างตาราง ใช้คำสั่ง <TABLE> เป็นเริ่มและปิดท้ายด้วย </TABLE> ส่วน BORDER เป็นคำสั่งย่อยเพื่อใช้ กำหนดขนาดของเส้นตาราง ถ้ากำหนด = "0" จะหมายถึงไม่มีเส้น
- คำสั่ง <CAPTION> และ< /CAPTION> เป็นคำสั่งแสดงข้อความอธิบายชื่อตาราง
- คำสั่ง <TR> และ< /TR> เป็นคำสั่งเพื่อกำหนดแถวในตาราง
- คำสั่ง <TH> และ< /TH> เป็นคำสั่งเพื่อกำหนดหัวเรื่อง ผลลัพธ์ที่ได้คือตัวอักษรจะหนากว่าปกติ (ดูตัวอย่างประกอบ)
- คำสั่ง <TD> และ< /TD> เป็นคำสั่งแสดงข้อมูลปกติ
ความหมายของคำสั่ง Table
- TR หมายถึง Table Row
- TH หมายถึง Table Head
- TD หมายถึง Table Data



<TABLE width = "…%" height = “…%" >
<CAPTION> ขนาดของตาราง </CAPTION>
    <TR> <TH> หัวเรื่อง 1 </TH>
    <TH> หัวเรื่อง 2 </TH> </TR>
    <TR> <TD> ข้อมูล 1 </TD>
    <TD> ข้อมูล 2 </TD> </TR>
</TABLE>
การตกแต่งตาราง ใช้คำสั่ง Width และ Height เป็นคำสั่งในการกำหนดขนาดของตาราง เปรียบเทียบกับ จอภาพ เช่น กำหนด Width = "……%" หมายถึง กำหนดความกว้างของตารางให้มีขนาดต่างๆ  เมื่อวัดตามความกว้างของจอภาพ เป็นต้น โดยปกติเราจะกำหนดอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น <TABLE width = "50%" >


<TABLE width = "……%" bgcolor = "….." >
<CAPTION> สีฉากหลังของตาราง </CAPTION>
    <TR> <TH> หัวเรื่อง 1 </TH>
    <TH> หัวเรื่อง 2 </TH> </TR>
    <TR> <TD> ข้อมูล 1 </TD>
    <TD> ข้อมูล 2 </TD> </TR>
</TABLE>
สีฉากหลังของตาราง


<TABLE width = "50%">
    <TR> <TH bgcolor = "brown" > หัวเรื่อง 1 </TH>
    <TH bgcolor = "white"> หัวเรื่อง 2 </TH> </TR>
    <TR> <TD bgcolor = "green" > ข้อมูล 1 </TD>
    <TD bgcolor = "blue" > ข้อมูล 2 </TD> </TR>
</TABLE>
กำหนดสีแต่ละช่องในตาราง

<TABLE bgcolor = "red">         ใส่สีกรอบของตาราง



การใส่รูป


<IMG SRC="ที่อยู่/ชื่อ">     การใส่ภาพ

<IMG SRC="TEST>JPG" ALIGN=baseline>    การกำหนดค่าของ ALIGN โดย
LEFT ไว้ทางซ้าย RIGHT ไว้ทางขวา
TOP ขอบบนของรูปภาพจะอยู่ในแนวเดียวกับจุดสูงสุดของอักษรหรือรูปภาพที่อยู่บรรทัดเดียวกัน
TEXTTOP ขอบบนของรูปภาพจะอยู่ในแนวเดียวกับจุดสูงสุดของอักษร
MIDDLE จุดกึงกลางของภาพจะอยู่กลางความสูงอักษร
ABSMIDDLE จัดตำแหน่งข้อความเฉพาะที่อยู่ในแนวเดียวกันกับภาพให้ตรงกับจุดกึงกลางของอักษร
BASELINE ขอบล่างสุดจะตรงกับ baseline ของอักษร
BOTTOM เหมือนกับ baseline
ABSBOTTOM ขอบล่างสุดอยู่ในแนวต่ำสุดของอักษร

<IMG SRC="……….. " BORDER=……>         กำหนดความกว้างของกรอบ

<BODY BACKGROUND="…….">     การซ้อนภาพเป็นพื้นหลัง

การเชื่อมโยง

<A HREF="…….."> ข้อความ </A>       การแปลงข้อความให้เป็นลิงก์
<A HREF="……….” <IMG SRC="...."></A>      การแปลงภาพให้เป็นลิงก์

การใส่ลิ้งค์จาก youtube

1.เข้าไปที่ www.youtube.com แล้วเลือก VDO ที่คุณต้องการ
2.กดเลือก แบ่งปัน
3.เลือกที่ "ฝัง"
4.คัดลอก
5.นำมาวางบน HTML

ที่มาของข้อมูล

-https://www.justmakeweb.com

-http://www.oocities.org/thaibrains99/HTMLnote.htm 
-http://janphar.lpru.ac.th/wanasiri/htmltag.html

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2561

สรุปคำสั่ง HTML (1)

สรุปคำสั่ง HTML (1)

<CENTER> ข้อความ </CENTER>  คำสั่งจัดให้ข้อความอยู่กึ่งกลาง

<HTML> </HTML> คำสั่ง <HTML> คือคำสั่งเริ่มต้นในการเขียนโปรแกรม HTML และมีคำสั่ง </HTML> เพื่อบอกจุดสิ้นสุดโปรแกรม

<HEAD> </HEAD> คำสั่ง <HEAD> คือคำสั่งบอกส่วนที่เป็นชื่อเรื่อง โดยมีคำสั่งย่อย<TITLE> อยู่ภายใน

<TITLE> </TITLE>คำสั่ง <TITLE> คือคำสั่งบอกชื่อเรื่อง จะไปปรากฏที่ Title Bar

<BODY> </BODY>  คำสั่ง <BODY> คือคำสั่งบอกส่วนเนื้อเรื่อง ที่จะถูกแสดงผลในเวปบราวเซอร์ ประกอบด้วยรูปภาพ ตัวอักษร ตาราง เป็นต้น

<br>  คำสั่งขึ้นบรรทัดใหม่

<p> ข้อความ </p>            คำสั่งย่อหน้าใหม่

<hr width = "50%" size = "3">     คำสั่ง ตีเส้น, กำหนดขนาดเส้น

<font size = "3"> ข้อความ </font>       ขนาดตัวอักษร

<font color = "red"> ข้อความ </font>      สีตัวอักษร

<besefont size = "2"> ข้อความ </font>      กำหนดค่าเริ่มต้นของขนาดตัวอักษร

<b> ข้อความ </b>                                    ตัวอักษรหนา

<i> ข้อความ </i>                                     ตัวอักษรเอน

<u> ข้อความ </u>                                   ขีดเส้นใต้ตัวอักษร

h1, h2, h3 ,h4, h5, h6                                      คำสั่งที่ใช้กับข้อความที่เป็นหัวเรื่องซึ่งขนาดของ h1 จะใหญ่ที่

<body bgcolor ='……..'>                  คำสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยนสีพื้นหลัง

<marquee>ข้อความ</marquee>            ข้อความเลื่อนจากขวาไปซ้าย

<marquee direction="left">ข้อความ</marquee>     ข้อความเลื่อนจากขวาไปซ้าย

<marquee direction="right">ข้อความ</marquee>  ข้อความเลื่อนจากซ้ายไปขวา

<marquee direction="up">ข้อความ</marquee>    ข้อความเลื่อนจากล่างขึ้นบน

<marquee direction="down">ข้อความ</marquee>  ข้อความเลื่อนจากบนลงล่าง

<marquee scrollamount="1">ข้อความ</marquee>   ข้อความเลื่อน แบบ กำหนดความเร็ว

©       &copy;

>          &gt;

 <        &lt;

÷          &divide;

¥           &yen;

 €           &euro;

(วรรค)      &nbsp;

 ®          &reg;

 Ψ       &psi;

Θ           &thete;

 ω        &omega;

→       &rarr;

↑        &uarr;

∑         &sum;

 ∩         &cap;

 ≤        &le;

≥          &ge;

←        &larr;


<OL value = "1" >
    <LI> รายการที่ 1
    <LI> รายการที่ 2
.
.
.
</OL>

การแสดงผลแบบรายการ ใช้คำสั่ง <OL> เป็นเริ่มและปิดท้ายด้วย </OL> ส่วนคำสั่ง <LI> เป็นตำแหน่งของรายการที่ต้องการนำเสนอ เราสามารถกำหนดให้แสดงผลรายการได้หลายแบบเช่น เรียงลำดับ 1,2,3... หรือ I,II,III... หรือ A,B,C,... ได้ทั้งนี้จะต้องเพิ่ม การแสดงผลแบบรายการแบบมีสัญลักษณ์กำกับ

<UL type = "square">
    <LI> รายการที่ 1
    <LI> รายการที่ 2
.
.
.
</UL>

การแสดงผลแบบรายการ ใช้คำสั่ง <UL> เป็นเริ่มและปิดท้ายด้วย </UL> ส่วนคำสั่ง <LI> เป็นตำแหน่งของรายการ ที่ต้องการนำเสนอ เราสามารถกำหนดให้แสดงผลรายการแบบต่างๆ ดังต่อไปนี้
- รูปวงกลมทึบ "disc"
- รูปวงกลมโปร่ง "circle"
- รูปสี่เหลี่ยม "square"
ได้ทั้งนี้จะต้องเพิ่มคำสั่งเข้าไปที่ <UL type = "square"> เป็นต้นมคำสั่งเข้าไปที่ <OL value = "A"> เป็นต้น


วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561

HTML


HTML

1 .HTML ย่อมาจากอะไร
          ตอบ Hyper Text Markup Language

     มีความหมายว่าอะไร
          ตอบ  เป็นภาษาสากลที่ใช้สื่อสารกันแพร่หลายใน internet เช่นเดียวกับคำสั่งใน UNIX หรือ DOS ในเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ PC

2.รูปแบบการใช้คำสั่ง
          ตอบ

แหล่งอ้างอิง  https://sites.google.com/site/html2558/html


วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561

ภาษาคอมพิวเตอร์


ใบงานที่ 5

ภาษาคอมพิวเตอร์

1.ความหมาย

ตอบ ภาษาใดๆ ที่ผู้ใช้งานใช้สื่อสารกับคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์ด้วยกัน แล้วคอมพิวเตอร์สามารถทำงานตามคำสั่งนั้นได้

2.ภาษาคอมพิวเตอร์มีกี่ระดับ อะไรบ้าง พร้อมยกตัวอย่าง

ตอบ ภาษาคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ ภาษาระดับสูง (high level) และภาษาระดับต่ำ (low level)

-ภาษาระดับต่ำ (low-level programming language) ในทางคอมพิวเตอร์ หมายถึง ภาษาที่อิงกับสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ใดสถาปัตยกรรมหนึ่ง ซึ่งไมโครโพรเซสเซอร์แต่ละรุ่น หรือ แต่ละตระกูล ก็มักมีภาษาระดับต่ำที่แตกต่างกัน และโดยปกติแล้ว หนึ่งคำสั่งในภาษาระดับต่ำ จะหมายถึงการสั่งงานคอมพิวเตอร์ให้ทำงานหนึ่งอย่าง (1 instruction = 1 operation) ภาษาระดับต่ำ มี 2 ภาษา คือ

ตัวอย่างที่ 1 ภาษาเครื่อง
เป็นภาษาโปรแกรมรุ่นที่หนึ่ง (first-generation programming language: 1GL) ซึ่งเป็นภาษาเดียวที่ไมโครโพรเซสเซอร์สามารถเข้าใจ คำสั่งเป็นตัวเลขล้วนๆ การอ่านและเขียนอาจต้องใช้เครื่องมือพิเศษ จึงไม่ค่อยมีการใช้ภาษาเครื่องโดยตรง



ตัวอย่างที่ 2  ภาษาแอสเซมบลี
เป็นภาษาโปรแกรมรุ่นที่สอง (second-generation programming language: 2GL) ซึ่งเป็นการปรับภาษาเครื่องให้สามารถเขียนได้สะดวกขึ้นโดยการพิมพ์คำสั่งที่เป็นตัวอักษรแทนตัวเลข เวลาเขียนเสร็จ จะต้องใช้ตัวแปลโปรแกรมจึงจะใช้งานได้ และถึงแม้ว่าไม่ใช้ภาษาเครื่องโดยตรง ผู้เขียนโปรแกรมยังจำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างของไมโครโพรเซสเซอร์ที่กำลังเขียนเป็นอย่างดี



- ภาษาระดับสูง (High Level Language) หมายถึง ภาษาระดับสูงเป็นภาษาที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเขียนโปรแกรม กล่าวคือลักษณะของคำสั่งจะประกอบด้วยคำต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษ ซึ่งผู้อ่านสามารถเข้าใจความหมายได้ทันที ผู้เขียนโปรแกรมจึงเขียนโปรแกรมด้วยภาษาระดับสูงได้ง่ายกว่าเขียนด้วยภาษาแอ สเซมบลีหรือภาษาเครื่อง ภาษาระดับสูงมีมากมายหลายภาษา อาทิเช่น ภาษาฟอร์แทรน (FORTRAN) ภาษาโคบอล (COBOL) ภาษาปาสคาล (Pascal) ภาษาเบสิก(BASIC) ภาษาวิชวลเบสิก (Visual Basic) ภาษาซี (C) และภาษาจาวา (Java) เป็นต้น โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาระดับสูงแต่ละภาษาจะต้องมีโปรแกรมที่ทำหน้าที่แปล ภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง เช่น โปรแกรมแปลภาษาฟอร์แทรนเป็นภาษาเครื่อง โปรแกรมแปลภาษาปาสคาลเป็นภาษาเครื่อง คำสั่งหนึ่งคำสั่งในภาษาระดับสูงจะถูกแปลเป็นภาษาเครื่องหลายคำสั่ง เช่น

ตัวอย่างที่ 1 ภาษาCและC++
ภาษาซีและซีพลัสพลัส (C และ C++) ภาษาซีเป็นภาษาที่พัฒนาจากห้องปฏิบัติการเบลล์ของบริษัทเอทีแอนด์ทีในปี พ.ศ. 2515 หลังจากที่พัฒนาขึ้นได้ไม่นาน ภาษาซีก็กลายเป็นภาษาที่นิยมในหมู่นักเขียนโปรแกรมมาก และมีใช้งานในเครื่องทุกระดับ ทั้งนี้เนื่องจากภาษาซีได้รวมเอาข้อมูลของภาษาระดับสูงและภาษาระดับต่ำเข้า ไว้ด้วยกัน กล่าวคือเป็นภาษาที่มีไวยากรณ์ที่เข้าใจง่าย ทำให้เขียนโปรแกรมได้ง่ายเช่นเดียวกับภาษาระดับสูงทั่วไป แต่ประสิทธิภาพและความเร็วในการทำงานดีกว่ามาก เนื่องจากมีการทำงานเหมือนภาษาระดับต่ำ สามารถทำงานได้ในระดับที่เป็นการควบคุมฮาร์ดแวร์ได้มากกว่าภาษาระดับสูงอื่น ๆ ดังจะเห็นว่าภาษาซีเป็นภาษาที่สามารถพัฒนาระบบปฏิบัติการได้ เช่น ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ นอกจากนี้เมื่อแนวคิดของการเขียนโปรแกรมแบบเชิงวัตถุ (Object Oriented Programming : OOP) ได้เข้ามามีบทบาทในวงการคอมพิวเตอร์มากขึ้น ภาษาซีก็ยังได้รับการพัฒนาโดยประยุกต์ใช้กับการเขียนโปรแกรมดังกล่าว เกิดเป็นภาษาใหม่ชื่อว่า “ภาษาซีพลัสพลัส” (C++)



ตัวอย่างที่ 2 ภาษาโครบอล

ภาษาโคบอล (Common Business Oriented Language : COBOL) เป็นภาษาที่พัฒนาขึ้นในราว พ.ศ. 2502  ต่อมาได้รับการปรับปรุงจากคณะกรรมการซึ่งเป็นตัวแทนของหน่วยงานธุรกิจและ รัฐบาลของสหรัฐอเมริกา เป็นภาษาโคบอลมาตรฐานในปี พ.ศ. 2517 เป็นภาษาที่เหมาะสมสำหรับงานด้านธุรกิจ เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ส่วนมากมีโปรแกรมแปลภาษาโคบอล


แหล่งอ้างอิง 

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C

https://sites.google.com/site/phasasith/phasa-radab-ta

วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2561

ใบงานที่ 4 โปรแกรมคอมพิวเตอร์


ใบงานที่ 4

โปรแกรมคอมพิวเตอร์

1.โปรแกรมระบบปฏิบัติการ (OS)

         เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ประยุกต์ทั่วไป บางครั้งเราอาจะเห็นระบบปฏิบัติการเป็นเฟิร์มแวร์ก็ได้ ระบบปฏิบัติการมีหน้าที่หลัก ๆ คือ การจัดสรรทรัพยากรในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้บริการซอฟต์แวร์ประยุกต์ ในเรื่องการรับส่งและจัดเก็บข้อมูลกับฮาร์ดแวร์ เช่น การส่งข้อมูลภาพไปแสดงผลที่จอภาพ การส่งข้อมูลไปเก็บหรืออ่านจากฮาร์ดดิสก์ การรับส่งข้อมูลในระบบเครือข่ายการส่งสัญญานเสียงไปออกลำโพง หรือจัดสรรพื้นที่ในหน่วยความจำ ตามที่ซอฟต์แวร์ประยุกต์ร้องขอ รวมทั้งทำหน้าที่จัดสรรเวลาการใช้หน่วยประมวล ผลกลาง ในกรณีที่อนุญาตให้ซอฟต์แวร์ประยุกต์หลายๆ ตัวทำงานพร้อมๆ กัน ระบบปฏิบัติการ ช่วยให้ตัวซอฟต์แวร์ประยุกต์ ไม่ต้องจัดการเรื่องเหล่านั้นด้วยตนเอง เพียงแค่เรียกใช้บริการจากระบบปฏิบัติการก็พอ ทำให้พัฒนาซอฟต์แวร์ประยุกต์ได้ง่ายขึ้น

ตัวอย่างที่1 Windows XP


               เป็นโอเอสที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เป็นการพัฒนาโดยผสมผสานกันระหว่าง Windows 2000 กับ Windows ME จึงเป็นโอเอสที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มีให้เลือกใช้งาน 3 รุ่น คือ Windows XP Home สำหรับ ผู้ใช้ทั่วๆ ไป Windows XP Professional สำหรับผู้ใช้ระดับสูงหรือการใช้งานระดับสูง องค์กรธุรกิจ หรือหน่วยงานขนาดใหญ่ที่ใช้งานเป็นระบบเน็ตเวิร์คและ Windows XP Server สำหรับติดตั้งในเครื่อง เซิร์ฟเวอร์




ตัวอย่างที่ 2 Windows 7



               Windows 7 เป็นวินโดว์ที่พัตนาต่อจาก Windows Vista อีกที มีการปรับปรุง เพิ่มความสามารถเข้าไปอีกหลายอย่างเช่นกัน โดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัยในการเชื่อมต่อใช้งานอินเตอร์เน็ต แบ่งเป็นหลายรุ่นให้เลือกใช้งาน ปัจจุบันถือเป็นโอเอสที่มีคนนิยมใช้กันมากรองจาก Windows XP ที่คนทั่วโลกเกิน 50% นิยมใช้กัน


2.โปรแกรมเอนกประสงค์
           คือโปรแกรมตัวเล็ก ที่ทำหน้าที่เฉพาะด้านไปอย่าง โปรแกรมบีบอัดไฟล์ Winzip, Winrar หรือ โปรแกรมดูภาพจำพวก ACDsee โปรแกรม MS Word สำหรับการพิมพ์งานเอกสารรูปแบบต่างๆ, โปรแกรม MS Excel สำหรับการทำเอกสารที่เป็นแบบฟอร์ม กราฟ หรือการเก็บข้อมูล และโปรแกรม MS PowerPoint สำหรับการทำไฟล์นำเสนองาน (Presentation)        ระบบปฏิบัติการ จำเป็นที่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จะต้องมี เพื่อทำให้เราใช้งานโปรแกรมต่างๆจากอุปกรณ์ชนิดนั้นๆ ได้อย่าง PC, Notebook, Netbook ก็จะมี Windows เป็นระบบปฏิบัติการ
  
ตัวอย่างที่1  MS Word


                  โปรแกรมประเภท word processor ที่ใช้เหมาะสำหรับการพิมพ์รายงาน พิมพ์จดหมาย หรือจะใช้สำหรับแต่งนิยายก็ยังได้ เป็นหนึ่งในโปรแกรม ไมโครซอฟท์ออฟฟิศ ซึ่งมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง หลากหลายเวอร์ชั่น แต่อย่างไรก็ตาม โดยหลักการ ถ้าเราศึกษาไมโครซอฟท์เวิร์ดเวอร์ชั่นใดเวอร์ชั่นหนึ่ง เราก็จะสามารถเรียนรู้เวอร์ชั่นอื่นๆ ได้ค่อนข้างง่าย เพราะส่วนใหญ่เวอร์ชั่นใหม่ๆ ก็จะการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเพิ่มเติมเสียมากกว่าการลบออกไป


ตัวอย่างที่ 2 โปรแกรมบีบอัดไฟล์ Winzip



              เป็นโปรแกรมที่เอาไว้ย่อไฟล์จากที่มีขนาดใหญ่ทำให้มีขนาดเล็กลง ด้วยการจัดเรียง algorithm ใหม่เพื่อให้ไฟล์ที่มีขนาดใหญ่นั้นเล็กลง ผลคือทำให้อุปกรณ์สำรองข้อมูลนั้นสามารถเก็บข้อมูลได้มากขึ้น และสามารถขยายข้อมูลที่บีบไว้แล้วนำข้อมูลกลับมาใช้ต่อได้ โปรแกรมนี้จะสนับสนุนไฟล์ ที่มีนามสกุล TAR , ZIP , UUencode , XXencode , BinHex , MIME Unix-Compressed Files, ARJ , LZH , และ ARC Files



3.โปรแกรมประยุกต์ หรือ ซอฟต์แวร์แอปพลิเคชัน (application software)
     คือ ในบางครั้งเรียกย่อว่า แอปพลิเคชัน คือซอฟต์แวร์ประเภทหนึ่งสำหรับใช้งานสำหรับงานเฉพาะทาง ซึ่งแตกต่างกับซอฟต์แวร์ประเภทอื่น เช่น ระบบปฏิบัติการ ที่ใช้สำหรับรับรองการทำงานหลายด้าน โดยไม่จำเพาะเจาะจง

ตัวอย่างที่ 1 iTunes


              ซอฟต์แวร์ประยุกต์สำหรับฟังเพลงและเปิดไฟล์วิดีโอ (รองรับไฟล์ .aac, .mp3, .mp4, .mov, .m4v, .wav, .midi) พัฒนาโดยบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ ใช้สำหรับเล่นและจัดเก็บไฟล์เพลง รวมถึงเชื่อมต่อเข้ากับ ไอทูนส์สโตร์ ไอทูนส์ได้รับความนิยมเนื่องจากลักษณะการใช้งานที่เรียบง่าย และสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากอินเทอร์เน็ต โดยมีความสามารถอื่นที่สำคัญในการเก็บและการจัดเรียงไฟล์เพลงภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยทำงานบนระบบปฏิบัติการแม็คโอเอสเท็น วินโดวส์ 2000 วินโดวส์ XP วินโดวส์ วิสตา วินโดวส์ 7 วินโดวส์ 8 วินโดวส์ 8.1



ตัวอย่างที่ 2 FileZilla




               ไฟล์ซิลลา (FileZilla) เป็นฟรีซอต์แวร์ในลักษณะโอเพนซอร์สทำงานกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ รับรองการทำงานของ FTP SFTP และFTPS ใช้สำหรับการอัปโหลด และ ดาวน์โหลดไฟล์ ไฟล์ซิลลารุ่นปัจจุบันคือรุ่น 3.4.0 ไฟล์ซิลลาพัฒนาโดย ทิม คอสส์ (Tim Kosse) โดยเริ่มจากการบ้านภายในวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2544 [1] พร้อมกับเพื่อนร่วมห้องอีกสองคน โดยพัฒนารุ่นอัลฟาปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 ไฟล์ซิลลาได้รางวัลโครงการดีเด่นในเว็บของ ซอร์ซฟอร์จ (SourceForge) ในเดือน พฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2546 โดยซอร์สโค้ดทั้งหมดของไฟล์ซิลลา สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บซอร์ซฟอร์จ ไฟล์ซิลลามีเป้าหมายที่จะทำงานได้หลายระบบปฏิบัติการรวมถึง วินโดวส์ ลินุกซ์ แม็คโอเอส และ BSD